Share of Voice คืออะไร

Share of Voice คืออะไร วัดส่วนแบ่งการมองเห็นแบรนด์ในทุกช่องทาง

1 ตุลาคม 2569 ผู้เขียน: AI Search อ่าน 13 นาที บทความ

การแข่งขันทางการตลาดไม่ได้วัดกันเฉพาะยอดขายหรือจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาว่าแบรนด์มีพื้นที่การมองเห็นมากเพียงใดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เพราะก่อนที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจเลือกสินค้า แบรนด์จำเป็นต้องถูกพบเห็น ถูกพูดถึง และได้รับการพิจารณาก่อน

Share of Voice หรือ SOV จึงเป็นตัวชี้วัดที่ช่วยตอบว่า ในพื้นที่การสื่อสารทั้งหมดของตลาด แบรนด์ของเราครอบครองส่วนแบ่งอยู่เท่าใด โดยสามารถวัดได้ทั้งจากโฆษณา ผลการค้นหาบน Google บทสนทนาบนโซเชียลมีเดีย และคำตอบจากแพลตฟอร์ม AI

ในยุคที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน การดู SOV เพียงช่องทางเดียวอาจไม่เพียงพอ แบรนด์อาจมีอันดับ SEO ที่ดี แต่ไม่ถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย หรืออาจมีชื่อปรากฏอยู่บน Google แต่ไม่เคยได้รับการแนะนำจาก ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity การวัด SOV แบบแยกช่องทางจึงช่วยให้เห็นสถานะของแบรนด์ได้ชัดเจนกว่าเดิม

Share of Voice คืออะไร ความหมายและที่มา

Share of Voice คือสัดส่วนการมองเห็นหรือการถูกพูดถึงของแบรนด์ เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการมองเห็นทั้งหมดของตลาดหรือกลุ่มคู่แข่งที่กำหนดไว้ โดยแสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์

หลักการพื้นฐานของ SOV สามารถเขียนได้ดังนี้

SOV = ปริมาณการมองเห็นของแบรนด์ ÷ ปริมาณการมองเห็นรวมของตลาด × 100

คำว่าปริมาณการมองเห็นสามารถมีความหมายแตกต่างกันตามช่องทาง เช่น

  1. งบโฆษณาหรือจำนวนการแสดงผลสำหรับสื่อโฆษณา
  2. จำนวนคลิกโดยประมาณสำหรับ SEO
  3. จำนวนครั้งที่ถูกพูดถึงสำหรับโซเชียลมีเดีย
  4. จำนวนคำตอบที่กล่าวถึงแบรนด์สำหรับ AI Search

ดังนั้น การรายงาน SOV จำเป็นต้องระบุเสมอว่าวัดจากช่องทางใด ใช้ข้อมูลประเภทใด และเปรียบเทียบกับแบรนด์ใดบ้าง หากระบุเพียงว่าแบรนด์มี SOV เท่ากับ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีบริบท ตัวเลขดังกล่าวจะยังไม่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

SOV ในมุม Marketing ดั้งเดิม หรือ Advertising Share

แนวคิด Share of Voice เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมโฆษณา โดยใช้วัดว่าแบรนด์หนึ่งครอบครองพื้นที่โฆษณามากเพียงใดเมื่อเทียบกับการโฆษณาทั้งหมดในหมวดสินค้าเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น หากแบรนด์ใช้งบโฆษณา 2 ล้านบาท และแบรนด์ทั้งหมดในตลาดใช้งบรวมกัน 10 ล้านบาท แบรนด์จะมี Advertising SOV เท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์

นอกจากงบโฆษณาแล้ว ยังสามารถคำนวณจากจำนวนครั้งที่โฆษณาปรากฏ จำนวนผู้ชม ระยะเวลาออกอากาศ หรือจำนวน Impression ซึ่งหมายถึงจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดงต่อผู้ใช้งาน

สิ่งสำคัญคือ SOV ไม่เท่ากับ Market Share หรือส่วนแบ่งยอดขายเสมอไป แบรนด์สามารถมี SOV สูงแต่ยังมีส่วนแบ่งตลาดต่ำได้ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังลงทุนสร้างการรับรู้ ในทางกลับกัน แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดอาจมี Market Share สูง แต่มี SOV ลดลงหากลดการสื่อสารต่อเนื่องเป็นเวลานาน

นักการตลาดจึงมักเปรียบเทียบ SOV กับ Market Share เพื่อประเมินว่าแบรนด์กำลังลงทุนด้านการสื่อสารสูงหรือต่ำกว่าสถานะในตลาด

SOV ในมุม SEO หรือ Organic Visibility Share

SEO Share of Voice คือส่วนแบ่งการมองเห็นของเว็บไซต์ในผลการค้นหาแบบ Organic เมื่อเทียบกับเว็บไซต์คู่แข่งภายใต้ชุดคำค้นหาเดียวกัน

คำว่า Organic หมายถึงผลการค้นหาที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อโฆษณา ส่วน Visibility หมายถึงโอกาสที่ผู้ค้นหาจะเห็นและคลิกเว็บไซต์จากอันดับที่เว็บไซต์ปรากฏ

การวัด SEO SOV จึงไม่ควรนับเพียงจำนวน Keyword ที่ติดอันดับ เพราะคำค้นหาแต่ละคำมีปริมาณการค้นหาและโอกาสได้รับคลิกไม่เท่ากัน เว็บไซต์ที่ติดอันดับหนึ่งใน Keyword ที่มีการค้นหาสูง อาจมีส่วนแบ่งการมองเห็นมากกว่าเว็บไซต์ที่ติดอันดับใน Keyword ขนาดเล็กหลายสิบคำ

SEO SOV ที่มีประโยชน์ควรคำนวณโดยพิจารณาอย่างน้อย 3 ปัจจัย ได้แก่

  1. ปริมาณการค้นหาของแต่ละ Keyword
  2. อันดับของเว็บไซต์ในผลการค้นหา
  3. อัตราการคลิกโดยประมาณของแต่ละอันดับ

จากประสบการณ์ด้าน AI Search ปัญหาที่พบบ่อยคือหลายแบรนด์ติดตาม SEO SOV จาก Keyword ที่มีชื่อแบรนด์ของตนเองรวมอยู่ด้วย ทำให้ผลลัพธ์ดูสูงเกินจริง เพราะเว็บไซต์ของแบรนด์มักครองอันดับต้นในคำค้นหาชื่อแบรนด์อยู่แล้ว หากต้องการประเมินความสามารถในการแข่งขัน ควรแยก Branded Keyword และ Non Branded Keyword ออกจากกัน

Branded Keyword คือคำค้นหาที่มีชื่อแบรนด์ ส่วน Non Branded Keyword คือคำค้นหาทั่วไปที่ยังไม่ระบุว่าผู้ค้นหาต้องการเลือกแบรนด์ใด เช่น บริษัทรับทำ SEO หรือเครื่องวัดความดันแบบพกพา

SOV ในมุม AI Search หรือ AI Share of Voice

AI Share of Voice คือสัดส่วนที่แบรนด์ถูกกล่าวถึงหรือได้รับการแนะนำในคำตอบจากแพลตฟอร์ม AI เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในคำถามกลุ่มเดียวกัน

แพลตฟอร์มที่สามารถนำมาวัดได้ เช่น ChatGPT, Gemini, Perplexity, Microsoft Copilot, Claude, Google AI Overviews และ Google AI Mode

ตัวอย่างคำถามที่สามารถนำมาติดตาม ได้แก่

  1. บริษัท SEO ในประเทศไทยมีที่ใดบ้าง
  2. เครื่องมือ Social Listening ใดเหมาะกับธุรกิจไทย
  3. ซอฟต์แวร์ CRM สำหรับธุรกิจขนาดกลางควรเลือกแบรนด์ใด
  4. เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลจากผู้ให้บริการรายต่าง ๆ

AI SOV แตกต่างจาก SEO SOV เพราะคำตอบของ AI ไม่ได้เรียงเว็บไซต์เป็นสิบอันดับแบบผลการค้นหาทั่วไป แต่จะประมวลข้อมูลแล้วสรุปเป็นคำตอบ แบรนด์อาจได้รับการกล่าวถึงโดยไม่มีลิงก์ หรือมีเว็บไซต์ถูกใช้เป็นแหล่งอ้างอิงโดยที่ชื่อแบรนด์ไม่ได้เป็นคำแนะนำหลัก

ในมุมของผู้เชี่ยวชาญ AI Search การวัด AI SOV จึงไม่ควรดูเฉพาะจำนวนครั้งที่ชื่อแบรนด์ปรากฏ แต่ควรดูควบคู่กับตำแหน่งการกล่าวถึง บริบท ความรู้สึกของคำตอบ และการได้รับ Citation หรือการอ้างอิงแหล่งข้อมูล

วิธีคำนวณ Share of Voice

สูตรพื้นฐานของ SOV ใช้หลักการเดียวกันทุกช่องทาง

SOV = ผลลัพธ์ของแบรนด์ ÷ ผลลัพธ์รวมของทุกแบรนด์ในกลุ่มเปรียบเทียบ × 100

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องกำหนดก่อนคำนวณคือขอบเขตของตลาด เพราะ SOV จะเปลี่ยนทันทีเมื่อเพิ่มหรือลดคู่แข่ง เปลี่ยนชุด Keyword เปลี่ยนแพลตฟอร์ม หรือเปลี่ยนช่วงเวลาเก็บข้อมูล

ก่อนเริ่มวัดผลควรกำหนดองค์ประกอบดังต่อไปนี้ให้ชัดเจน

  1. แบรนด์คู่แข่งที่ต้องการเปรียบเทียบ
  2. หมวดสินค้า บริการ หรือหัวข้อที่ต้องการวัด
  3. ประเทศ ภาษา และพื้นที่เป้าหมาย
  4. ช่องทางและอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูล
  5. ช่วงเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด
  6. ตัวเลขที่ใช้เป็นฐาน เช่น Mention, Impression, Engagement หรือ Estimated Click

สูตร SOV สำหรับ SEO แบบ Step by Step

สูตรที่เหมาะกับ SEO คือ

SEO SOV = จำนวนคลิก Organic โดยประมาณของเว็บไซต์ ÷ จำนวนคลิก Organic โดยประมาณทั้งหมดจากชุดคำค้นหาเดียวกัน × 100

วิธีคำนวณมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 กำหนดชุด Keyword

รวบรวม Keyword ที่สะท้อนตลาดจริง ไม่ควรเลือกเฉพาะคำที่เว็บไซต์ติดอันดับอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ข้อมูลมีอคติ

ควรแบ่ง Keyword ตามหัวข้อหรือ Search Intent ซึ่งหมายถึงเจตนาของผู้ค้นหา เช่น กลุ่มหาข้อมูล กลุ่มเปรียบเทียบ และกลุ่มพร้อมซื้อ เพื่อให้วิเคราะห์ต่อได้ว่าแบรนด์มี SOV สูงในช่วงใดของ Customer Journey

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดพื้นที่และอุปกรณ์

อันดับการค้นหาอาจแตกต่างกันตามประเทศ จังหวัด ภาษา และอุปกรณ์ จึงควรเก็บข้อมูลภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เช่น ประเทศไทย ภาษาไทย และอุปกรณ์มือถือ

ขั้นตอนที่ 3 เก็บอันดับของทุกเว็บไซต์

ตรวจสอบอันดับของแบรนด์และคู่แข่งใน Keyword ชุดเดียวกัน ณ ช่วงเวลาเดียวกัน หากใช้ข้อมูลคนละวัน อาจเกิดความคลาดเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงของอันดับ

ขั้นตอนที่ 4 ประเมินจำนวนคลิก

คำนวณจำนวนคลิกโดยประมาณด้วยสูตร

จำนวนคลิกโดยประมาณ = ปริมาณการค้นหารายเดือน × อัตราการคลิกโดยประมาณของอันดับ

ตัวอย่างเช่น Keyword หนึ่งมีปริมาณการค้นหา 10,000 ครั้งต่อเดือน และเว็บไซต์อยู่ในอันดับที่คาดว่าจะได้รับคลิก 20 เปอร์เซ็นต์ เว็บไซต์จะมีจำนวนคลิกโดยประมาณ 2,000 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 5 รวมคะแนนทุก Keyword

นำจำนวนคลิกโดยประมาณของเว็บไซต์จากทุก Keyword มารวมกัน จากนั้นทำเช่นเดียวกันกับคู่แข่งทั้งหมด

สมมติว่าแบรนด์ได้รับคลิกโดยประมาณ 12,000 ครั้ง ขณะที่กลุ่มเว็บไซต์ทั้งหมดได้รับคลิกรวมกัน 60,000 ครั้ง

SEO SOV = 12,000 ÷ 60,000 × 100

ดังนั้น SEO SOV ของแบรนด์จะเท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์

ขั้นตอนที่ 6 แบ่งผลลัพธ์ตามกลุ่มหัวข้อ

ตัวเลขรวมเพียงค่าเดียวอาจไม่บอกว่าควรปรับกลยุทธ์ตรงไหน ควรแยก SOV ตามกลุ่มสินค้า ประเภทบริการ Search Intent อุปกรณ์ และพื้นที่

จากการทำ SEO ในเชิงกลยุทธ์ การแบ่ง SOV ตาม Topic มักให้ข้อมูลที่นำไปใช้ได้มากกว่าการดูตัวเลขรวมทั้งเว็บไซต์ เพราะช่วยระบุได้ว่าแบรนด์แพ้คู่แข่งในหัวข้อใด และควรลงทุนพัฒนา Content Cluster กลุ่มไหนก่อน

Content Cluster คือกลุ่มเนื้อหาที่เชื่อมโยงกันภายใต้หัวข้อหลักเดียวกัน เพื่อแสดงให้ Search Engine และ AI เห็นว่าเว็บไซต์มีข้อมูลครอบคลุมเรื่องนั้นอย่างเป็นระบบ

Ahrefs Rank Tracker คำนวณ SOV จากสัดส่วนคลิกที่เว็บไซต์ได้รับจาก Keyword ที่ติดตาม เมื่อเทียบกับคลิกทั้งหมดในผลการค้นหาของ Keyword เหล่านั้น ส่วน Semrush Position Tracking ใช้ข้อมูลอันดับ ปริมาณการค้นหา และ Traffic โดยประมาณในการประเมินส่วนแบ่งการมองเห็นของแต่ละเว็บไซต์ ข้อมูลจาก Ahrefs และ ข้อมูลจาก Semrush

สูตร SOV สำหรับ Social Media

Social SOV สามารถคำนวณได้จากหลายตัวเลข แต่รูปแบบที่ใช้บ่อยที่สุดคือจำนวน Brand Mention หรือจำนวนครั้งที่มีการพูดถึงแบรนด์

Social SOV = จำนวน Mention ของแบรนด์ ÷ จำนวน Mention ของทุกแบรนด์ในกลุ่มเปรียบเทียบ × 100

ตัวอย่างเช่น

แบรนด์ของคุณได้รับ 2,500 Mention

แบรนด์ทั้งหมดในตลาดได้รับรวม 10,000 Mention

Social SOV = 2,500 ÷ 10,000 × 100

ดังนั้น Social SOV เท่ากับ 25 เปอร์เซ็นต์

นอกจากจำนวน Mention ยังสามารถคำนวณจากตัวเลขอื่นได้ เช่น

  1. Engagement ซึ่งรวมการกดถูกใจ ความคิดเห็น และการแชร์
  2. Reach หรือจำนวนผู้ใช้งานที่มีโอกาสเห็นเนื้อหา
  3. Impression หรือจำนวนครั้งที่เนื้อหาถูกแสดง
  4. จำนวนโพสต์ที่กล่าวถึงแบรนด์
  5. จำนวนการใช้ Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์

ไม่ควรนำตัวเลขคนละประเภทมารวมอยู่ในสูตรเดียวกัน เช่น ใช้ Mention ของแบรนด์เทียบกับ Engagement ของคู่แข่ง เพราะตัวเลขเหล่านี้สะท้อนพฤติกรรมคนละด้าน

อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องระวังคือ SOV สูงไม่ได้หมายความว่าแบรนด์ได้รับความคิดเห็นเชิงบวกเสมอไป หากแบรนด์กำลังเผชิญกระแสวิจารณ์ จำนวน Mention อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น Social SOV ควรดูคู่กับ Sentiment ซึ่งหมายถึงทิศทางความรู้สึกเชิงบวก เป็นกลาง หรือเชิงลบของบทสนทนา

สูตร SOV สำหรับ AI Search และ Brand Mention

สูตรพื้นฐานสำหรับ AI Search คือ

AI SOV = จำนวนครั้งที่แบรนด์ถูกกล่าวถึงในคำตอบ AI ÷ จำนวนการกล่าวถึงแบรนด์ทั้งหมดในคำตอบที่ติดตาม × 100

ตัวอย่างเช่น แบรนด์ของคุณถูกกล่าวถึง 40 ครั้ง ขณะที่ทุกแบรนด์ในกลุ่มเปรียบเทียบถูกกล่าวถึงรวมกัน 200 ครั้ง

AI SOV = 40 ÷ 200 × 100

ดังนั้น AI SOV เท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์

หากมีข้อมูลปริมาณความนิยมของแต่ละ Prompt สามารถเพิ่มน้ำหนักให้คำถามที่มีความสำคัญมากกว่าได้

Weighted AI SOV = คะแนน Mention แบบถ่วงน้ำหนักของแบรนด์ ÷ คะแนน Mention แบบถ่วงน้ำหนักรวมของทุกแบรนด์ × 100

คำว่า Weighted หมายถึงการกำหนดน้ำหนักให้ข้อมูลแต่ละรายการไม่เท่ากัน เช่น คำถามที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากอาจได้รับน้ำหนักสูงกว่าคำถามเฉพาะทาง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเครื่องมือ AI Visibility แต่ละรายยังอาจใช้วิธีคำนวณต่างกัน บางเครื่องมือนับจำนวนคำตอบที่กล่าวถึงแบรนด์ บางเครื่องมือถ่วงน้ำหนักด้วยปริมาณการค้นหา และบางเครื่องมือพิจารณาตำแหน่งที่แบรนด์ปรากฏอยู่ในคำตอบด้วย

ก่อนเปรียบเทียบข้อมูลจากเครื่องมือต่างกัน จึงควรตรวจสอบนิยามของ SOV ให้ละเอียด เพราะตัวเลข 20 เปอร์เซ็นต์จากสองแพลตฟอร์มอาจไม่ได้คำนวณจากฐานข้อมูลแบบเดียวกัน

Share of Voice กับ Brand Mention ในยุค AI

Brand Mention คือการที่ชื่อแบรนด์ สินค้า บริการ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ปรากฏอยู่ในเนื้อหาหรือคำตอบ โดยไม่จำเป็นต้องมีลิงก์กลับมายังเว็บไซต์

Share of Voice เป็นตัวเลขเชิงเปรียบเทียบที่นำ Brand Mention หรือค่าการมองเห็นของแบรนด์ไปเทียบกับคู่แข่ง

ตัวอย่างเช่น แบรนด์ได้รับ Mention เพิ่มจาก 100 เป็น 150 ครั้ง ซึ่งดูเหมือนมีผลลัพธ์ดีขึ้น แต่หาก Mention รวมของตลาดเพิ่มจาก 500 เป็น 1,500 ครั้ง SOV ของแบรนด์จะลดจาก 20 เปอร์เซ็นต์เหลือ 10 เปอร์เซ็นต์

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า Brand Mention เพิ่มขึ้นในเชิงจำนวน แต่แบรนด์สูญเสียส่วนแบ่งการมองเห็นเมื่อเทียบกับตลาด

สำหรับ AI Search ควรแยกตัวชี้วัดออกเป็นอย่างน้อย 4 ด้าน

  1. Mention Presence วัดว่าแบรนด์ถูกกล่าวถึงหรือไม่
  2. AI Share of Voice วัดสัดส่วนการกล่าวถึงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  3. Citation Share วัดสัดส่วนที่เว็บไซต์ได้รับการใช้เป็นแหล่งอ้างอิง
  4. Sentiment วัดว่า AI อธิบายแบรนด์ในทิศทางใด

แบรนด์สามารถมี Mention สูงแต่ Citation ต่ำได้ เช่น AI รู้จักชื่อแบรนด์จากเว็บไซต์รีวิว สื่อ หรือกระทู้ของผู้บริโภค แต่ไม่ได้ใช้เว็บไซต์ของแบรนด์เป็นแหล่งข้อมูล ในทางกลับกัน เว็บไซต์อาจได้รับ Citation จากบทความให้ความรู้ แต่ชื่อแบรนด์ไม่ได้อยู่ในรายชื่อคำแนะนำหลัก

จากประสบการณ์ในการวิเคราะห์ AI Search การเพิ่ม Brand Mention ที่มีคุณภาพมักต้องทำงานร่วมกันหลายด้าน ได้แก่ SEO, Content Strategy, Digital PR, รีวิวจากผู้ใช้งาน ข้อมูลบนเว็บไซต์ภายนอก และความชัดเจนของ Entity

Entity หมายถึงสิ่งที่ระบบสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นใครหรือคืออะไร เช่น ชื่อบริษัท สินค้า ผู้ก่อตั้ง ที่ตั้ง ประเภทธุรกิจ และความสัมพันธ์กับหัวข้อต่าง ๆ

การกล่าวถึงแบรนด์อย่างสม่ำเสมอในแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือจะช่วยให้ Search Engine และระบบ AI เข้าใจ Entity ของแบรนด์ได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรเน้นการเพิ่มจำนวน Mention โดยไม่พิจารณาบริบท เพราะ AI อาจเรียนรู้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ล้าสมัย หรือไม่ตรงกับ Positioning ที่แบรนด์ต้องการ

สรุปและ SOV Dashboard Template

Share of Voice เป็นตัวชี้วัดที่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจสถานะการมองเห็นของตนเองเมื่อเทียบกับคู่แข่ง สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับโฆษณา SEO โซเชียลมีเดีย และ AI Search

SOV ที่ดีไม่ใช่เพียงตัวเลขที่สูงขึ้น แต่ต้องเติบโตในกลุ่มหัวข้อที่สัมพันธ์กับเป้าหมายทางธุรกิจ หากแบรนด์มี SOV สูงจากคำค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือได้รับ Mention จำนวนมากจากความคิดเห็นเชิงลบ ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ส่งผลดีต่อยอดขายหรือความน่าเชื่อถือ

สำหรับการสร้าง SOV Dashboard สามารถใช้โครงสร้างต่อไปนี้ใน Google Sheets, Looker Studio หรือระบบ Business Intelligence ขององค์กร

ส่วนที่ 1 ภาพรวมผู้บริหาร

  1. Overall SOV แยกตาม SEO, Social Media และ AI Search
  2. SOV ของช่วงเวลาปัจจุบัน
  3. SOV ของช่วงเวลาก่อนหน้า
  4. การเปลี่ยนแปลงในหน่วย Percentage Point
  5. อันดับของแบรนด์เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  6. คู่แข่งที่มี SOV เพิ่มขึ้นมากที่สุด

Percentage Point คือหน่วยที่ใช้วัดส่วนต่างระหว่างเปอร์เซ็นต์ เช่น SOV เพิ่มจาก 20 เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับเพิ่มขึ้น 5 Percentage Point

ส่วนที่ 2 SEO SOV

  1. กลุ่ม Keyword
  2. Search Intent
  3. SOV ปัจจุบัน
  4. SOV ช่วงก่อนหน้า
  5. Estimated Organic Click
  6. Average Position
  7. คู่แข่งอันดับหนึ่ง
  8. Landing Page ที่สร้างการมองเห็น
  9. Keyword Opportunity ที่ควรพัฒนา

ส่วนที่ 3 Social SOV

  1. จำนวน Mention
  2. สัดส่วน Mention เทียบคู่แข่ง
  3. Engagement Share
  4. Positive Sentiment
  5. Neutral Sentiment
  6. Negative Sentiment
  7. ช่องทางที่สร้าง Mention สูงสุด
  8. หัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
  9. โพสต์หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ SOV เปลี่ยนแปลง

ส่วนที่ 4 AI SOV

  1. AI Platform
  2. กลุ่ม Prompt
  3. จำนวน Brand Mention
  4. AI Share of Voice
  5. Citation Count
  6. Citation Share
  7. Sentiment
  8. Average Mention Position
  9. แหล่งข้อมูลที่ถูกอ้างอิงมากที่สุด
  10. คู่แข่งที่ถูกแนะนำแทนแบรนด์
  11. Prompt ที่แบรนด์ยังไม่ปรากฏ

ส่วนที่ 5 Action Plan

  1. ประเด็นที่ต้องปรับปรุง
  2. ช่องทางที่รับผิดชอบ
  3. Content หรือ Landing Page ที่ต้องพัฒนา
  4. ผู้รับผิดชอบ
  5. กำหนดเวลา
  6. KPI เป้าหมาย
  7. ผลลัพธ์หลังดำเนินการ

หากต้องเลือกเพียงตัวเลขเดียวเพื่อรายงานผู้บริหาร ควรใช้ SOV Trend หรือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องแทนการรายงานตัวเลขของเดือนเดียว เพราะแนวโน้มจะช่วยแยกได้ว่าแบรนด์กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง หรือเพิ่มขึ้นชั่วคราวจากแคมเปญและเหตุการณ์เฉพาะช่วง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติมบทความ AI Search

AI Search Thailand

ไม่อยากพลาดอัปเดตบทความล่าสุดเกี่ยวกับ AI Search ก่อนใคร